
ไม่รู้ว่าโรงเรียนในกรุงเทพจะมีหรือเปล่า
แต่สำหรับต่างจังหวัด (กรุณาหลีกเลี่ยงคำว่าบ้านนอก)
จะมีการแสดงของนักเรียนประจำปีบนเวที ถ้าเป็นโรงเรียนคริสต์ก็จะมีคริสมาสต์ ถ้าเป็นโรงเรียนธรรมดาก็จะมีช่วงตรุษจีน
งานเต้นรำบนเวที จะทำให้เด็กๆ มีกิจกรรมทำ, ฝึกความกล้าแสดงออก, และอยากไปโรงเรียน (สำหรับเด็กบางคน อย่างหลานเราเป็นต้น)
ช่วงซักซ้อมก็ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่....
แต่พอถึงตอนแสดงจริงเท่านั้นแหละ ....ร้่องไห้......ฮือออออ โลกมันเศร้า
และอีกสิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ก็คือ....คุณครูท่าทางใจดี (อย่างรูปที่ ๓ นั่นไงคะ ชื่อคุณครูเหมียวค่ะ หน้าตาใจดีม๊ะ) ...ออกมาอุ้มเด็กที่ยืนร้องไห้อยู่นิ่งๆ ให้แปรขบวนไป...(เรียกว่ายกไปจะถูกที่สุด) แต่จะไม่มีการอุ้มเด็กลงเวที...จนกว่าเพลงจะจบ
บรรดาผู้ปกครองที่ดูอยู่ข้างล่าง ก็หัวเราะอย่างเอ็นดู พร้อมกับพูดว่า "ลูกใครหว่า"
ในเมื่อฝึกซ้อมมาอย่างดี...ตลอดระยะเวลากว่า ๓ เดือน
แต่พอถึงเวลาขึ้นเวที น้องๆ กลับรู้สึกประหม่า...
สำหรับเด็ก คงทำได้แค่ร้องไห้บนเวที จนกว่าเพลง ๓ นาทีนั้นจะหมดไป
แต่สำหรับผู้ใหญ่....การที่เราเตรียมตัวฝึกซ้อมสิ่งต่างๆ มาอย่างดี แต่พอถึงเวลา พอมีโอกาส กลับประหม่า ไม่สามารถแสดงออกถึงความสามารถของเราได้....น่าเสียดายไหมคะ
ที่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปโดยง่าย.....
คุณ"หนุ่มเมืองจันท์" เขียนเอาไว้ในหนังสือชื่อ ชีวิตไม่ยาก ถ้าตั้งโจทย์ง่าย (ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ ๖) อ้างถึงสุภาษิตฝรั่งเศสบทหนึ่งว่า
"โชค คือ จุดบรรจบของโอกาสและการเตรียมพร้อม"
และสิ่งที่อยากเพิ่มเติมก็คือ....
เมื่อถึงเวลาของ "โชค" นั้น...ก็ต้องพร้อมที่จะนำเสนอให้เต็มความสามารถด้วย มิฉะนั้น โชคก็คงเป็นเพียงเวลาที่ว่างเปล่า ที่ผ่านไปอย่างไม่มีวันย้อนกลับ และไม่มีแม้แต่ความทรงจำให้รำลึก
ขอให้ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป...มีแต่ความโชคดี อย่าลืมเตรียมพร้อมเสมอ(ลูกเสือ)
และที่สำคัญต้องนำเสนอให้สุดความสามารถ
Happy Lunar new year!!!

(ภาพเ่ก่าๆ จากงาน Cristmas 2006 ของโรงเรียนที่หลานเรียนอยู่)












